Connect with us

ผลบอลไทย

ฟิตจัด! เดอะ แรบบิท เผยสถิติ สิโรจน์ ฉัตรทอง เกมบุกต้อน ค้างคาวไฟ 3-2

เดอะ แรบบิท เผยสถิติล่าสุดของ ปีโป้ เกมบุกคว่ำ สุโขทัย นัดล่าสุด…

ถือเป็นการออกสตาร์ท 11 ตัวจริงที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งของ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง แนวรุกหุ่นล่ำของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ลงมาช่วยทีมบุกเฉือนชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-2 ในศึกไทยลีกนัดที่ 10 เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยดาวเตะดีกรีทีมชาติไทย วัย 27 ปี ซัดได้ 1 ประตูในเกมดังกล่าว ทำให้มีส่วนสำคัญในการพาทัพ “เดอะ แรบบิท” เก็บ 3 แต้มไว้ได้อีกครั้ง พร้อมนำเป็นจ่าฝูงของตาราง T1 หลังผ่านไป 10 นัด มี 26 คะแนน ยังไม่แพ้ใคร

ทั้งนี้ทางสโมสร บีจี ปทุมฯ ได้เผยสถิติการลงเล่นของ สิโรจน์ ในเกมกับ สุโขทัย เอฟซี ดังนี้…

1. ลงเล่น 78 นาที

2. มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม 70 ครั้ง

3. ยิง 1 ประตู

4. เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ 13 ครั้ง

5. เข้าปะทะ 9 ครั้ง

6. วิ่ง 8.1 กิโลเมตร

สำหรับผลงานของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ในศึกไทยลีกฤดูกาลนี้ ลงเล่นไปแล้ว 8 นัด ยิง 2 ประตู

Continue Reading
Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

ผลบอลไทย

อิบสัน บาจโจ้ คู่หูนรกแตก! สุโขทัย เอฟซี ดับซ่าแชมป์เก่า เชียงราย ยูไนเต็ด 2-0

อิบสัน และ บาจโจ้ สองคู่หูเกมรุกสุโขทัย ผลัดกันยิงผลัดกันจ่าย เผาเครื่อง เชียงราย ที่อ่อนล้า 2-0

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18.00 น. การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก 2020 สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านพบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ ทุ่งทะเลหลวง สเตเดียม โดยเกมนัดนี้เลื่อนแข่งเร็วก่อนกำหนด เพื่อหลีกทางให้ กว่างโซ้งฯ ลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020 รอบแบ่งกลุ่มในปลายเดือนพฤศจิกายน นี้

เจ้าบ้าน ค้างคาวไฟ จัดทัพเต็มกำลังส่ง นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ซอว์ มิน ตุน คุมเกมรับ วิงแบ็คใช้ ศิลา ศรีกำปัง และ เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร ส่วนเกมรุกส่ง อิบสัน เมโล และ จอห์น บาจโจ ลงป่วนผู้มาเยือน

ขณะที่ กว่างโซ้งฯ ต้องกรำศึกหลังแข่งถึง 3 เกม ใน 7 วัน แต่นัดนี้จัดทัพหลักลงสนามเช่นกันนำโดย บรินเนอร์ , พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ,เอกนิษฐ์ ปัญญา , ชาช่า โคเอลโญ พร้อมได้ บิลล์ โรซิมาร์ หายเจ็บกลับมาลงเล่นอีกครั้ง

เกมในครึ่งแรกช่วง 30 นาทีแรกของการแข่งขันทั้งสองทีมแลกกันสนุก โดย สุโขทัย มีจังหวะลุ้นเข้าทำมากกว่าจากการทำเกมรุกริมเส้นของ อิบสัน เมโล ที่ใช้ความคล่องตัวแหวกหนีกองหลังทีมเยือน และได้จบสกอร์ รวมถึง ศิลา ศรีกำปัง และ จอห์น บาจโจ ที่พยามเปิดเกมจากริมเส้น แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ สรานนท์ อนุอินทร์ ที่ออกมาตัดบอลไว้ได้ทั้งหมด

น.33 สิงห์ เชียงรายฯ ได้ลุ้นบ้าง โชติภัทร พุ่มแก้ว ลากเลื้อยฝ่ากองหลัง สุโขทัย ก่อนจ่ายให้ ชาช่า ได้แต่งบอลแล้วซัดด้วยซ้ายเต็มแรง แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

แต่แล้วน.41 สุโขทัย ได้ประตูขึ้นนำจากการประสานงานสุดสวย ซอว์ มิน ตุน จ่ายบอลทะลุมาถึง อิบสัน เมโล เลี้ยงจี้สุดเส้น ก่อนตบเข้าในให้ จอห์น บาจโจ วิ่งเข้าชาร์จไม่เหลือ สุโขทัย ขึ้นนำ สิงห์ เชียงรายฯ 1-0 และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

กลับมาเริ่มครึ่งหลังยังเป็นเจ้าบ้าน สุโขทัย ที่บุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่า โดยได้ลุ้นจากจังหวะที่ บาจโจ เปิดบอลข้ามฟากให้ อิบสัน เมโล พักอกแล้วแต่งบอลเตรียมง้างเท้ายิง แต่สื่อสารไม่ดี ศิลา ศรีกำปัง โฉบเข้ามาตัดบอลไปยิงเอง ก่อน บรินเนอร์ จะเคลียร์ทิ้งออกไปได้

น.79 จอห์น บาจโจ ทำเกมริมเส้นฝั่งซ้ายอีกครั้ง พลิกหลอก ชินภัทร ลีเอาะ ก่อนจ่ายตัดหลัง บรินเนอร์ ให้ อิบสัน เมโล หลุดเข้าเขตโทษแล้วยิงด้วยซ้าย แต่ สรานนท์ นายด่าน สิงห์ เชียงรายฯ ยังออกมาปิดมุมได้ดี

ช่วงท้ายเกมน. 84 สิงห์ เชียงรายฯ ได้ลุ้นลูกตีเสมอจากจังหวะเปิดเกมหลุดเข้ามาในเขตโทษ โดยกองหลัง สุโขทัย สกัดไม่ขาดมาเข้าทาง โชติภัทร ที่ยืนรอแถวสองได้ยิงด้วยซ้ายโล่งๆระยะเผาขน แต่ยิงไม่ถนัดบอลเหินข้ามออกไปนิดเดียว

แต่น.87 จอห์น บาจโจ จ่ายให้ อิบสัน เมโล ใช้ความเร็วหนีการประกอบของ บรินเนอร์ หลุดเข้าไปยิงง่ายๆกลายเป็นประตูพา สุโขทัย ทิ้งห่าง เชียงราย 2-0 จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกม สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกไทยลีก

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สุโขทัย เอฟซี : พีระพงษ์ เรื่องนินทร์(GK) – นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ซอว์ มิน ตุน , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด – ศิลา ศรีกำปัง , จุง เมียง โอ , เดชา สอาดโฉม , ณัฐวุธ เจริญบุตร(น.90+6 กานต์พิชชา ชะนะการี) , เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร – อิบสัน เมโล(น.87 ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล) , จอห์น บาจโจ
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด : สรานนท์ อนุอินทร์(GK) – ชินภัทร ลีเอาะ , ธนะศักดิ์ ศรีใส , บรินเนอร์ – โชติภัทร พุ่มแก้ว(น.90+3 ศราวุธ อินแป้นทร์) , อี ยอง แร , พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล , ศนุกรานต์ ถิ่นจอม – เอกนิษฐ์ ปัญญา(น.72 สมคิด ชำนาญศิลป์) , บิลล์ โรซิมาร์ , ชาช่า โคเอลโญ(น.61 อัครวินท์ สวัสดี)

Continue Reading

ผลบอลไทย

แชมป์เก่าท่าเรือหืดจับ!เร่งเครื่องรัวต่อเวลาดับบางกอกสุดมันส์ลิ่ว FA Cup

“แชมป์เก่า” การท่าเรือ เอฟซี หวิดร่วง หลัง “กระทิงเพลิง” บางกอก เอฟซี สู้สุดใจในเวลา 90 นาที เสมอไปสุดมันส์ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษตัดสิน โดยแชมป์เก่ารัวยิง 2 เม็ด จาก ชาริล ชัปปุยส์ และ ทิตาธร อักษรศรี ช่วยทีมเอาชนะไปได้ 4-2 ฉลุยรอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ส่วน บางกอก เอฟซี ตกรอบ ในศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2020 รอบ 64 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2563

การแข่งขันฟุตบอลรายการ” ช้าง เอฟเอคัพ 2020 ” รอบ 64 ทีมสุดท้าย เป็นรายการไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้ ทีมแชมป์รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท พร้อมได้สิทธิ์ไปเล่นถ้วยเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก  เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2563 คู่ที่น่าสนใจ ที่สนามฟุตบอล ม.กรุงเทพ “เจ้าบ้าน” บางกอก เอฟซี ทีมจากศึกไทยลีก3 พบ แชมป์เก่าปีที่แล้ว “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี

โดยรายชื่อ 11 คนแรก ของทีมเยือนประกอบด้วย ผู้รักษาประตู วรวุฒิ ศรีสุภา, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ,ทิตาวีร์ อักษรศรี, ทิตาธร อักษรศรี, เอเลียส ดอเลาะ,ชาริล ชัปปุยส์,อดิศร พรหมรักษ์ ,กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์,ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา,สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ และ เนลสัน โบนีญ่า

เริ่มเกม น.3  การท่าเรือได้โอกาสทักทายก่อน โดยธนาสิทธิ์ ใช้จังหวะโต้กลับ ลากบอลเข้าบริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดให้ โบนีญ่า ทว่า ผู้รักษาประตู บางกอก เอฟซี ยังออกมารับบอลไว้ได้

น. 17 เจ้าถิ่นได้เฮก่อน บางกอก เอฟซี  ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะซัดเต็มข้อของ ศุภวิชญ์ ร่มโพธิ์ภักดิ์

น.44 การท่าเรือ ได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกสองจังหวะในกรอบเขตโทษ ก่อน โบนีญ่า ซัดด้วยขวา ทว่าบอลติดแนวรับบางกอก เอฟซี บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย โดยจบครึ่งแรก เป็นฝั่งเจ้าบ้าน บางกอก เอฟซี พลิกออกนำ การท่าเรือ เอฟซี 1-0

เริ่มครึ่งหลัง การท่าเรือ  ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยนำ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา และ สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ออก โดยส่ง บดินทร์ ผาลา และ เซร์คิโอ ซัวเรส ลงเล่นแทน

น.50 เป็นยังคงแลกกันสนุก โดยแชมป์เก่าปีที่แล้ว ปรับเกมรุกอีกครั้ง เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยนำ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ออก และส่ง อดิศักดิ์ ไกรษร แทน

น.73 อดิศักดิ์ ไกรษร ตัวสำรอง หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดบอลเข้าใน ผู้รักษาประตูปัดบอลไปเข้าทาง เนลสัน โบนีญ่า โขกประตูตีเสมอให้ “สิงห์เจ้าท่า” ไล่มา 1-1

อีก 2 นาทีถัดมา ท่าเรือสามารถแซงยิงขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ บดินทร์ ผาลา เปิดลูกเตะมุมให้ เซร์คิโอ ซัวเรส ที่เพิ่งลงมา โขกผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป “สิงห์เจ้าท่า” ขึ้นนำ”กระทิงเพลิง” 2-1

ช่วงท้ายเกม น.87 เจ้าบ้านบางกอก เอฟซี ฮึดสู้สามารถตีเสมอ 2-2 จากลูกโขกของ ศักดา คุ้มกัน หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เกิดขึ้น เสมอกันไปอย่างสนุก 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ

เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษเพียง 3 นาที การท่าเรือ ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลัง โบนีญ่า จ่ายบอลมาให้ ซัวเรส ก่อนปาดต่อถึง ชาริล ชัปปุยส์ ยิงเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ท่าเรือ ขึ้นนำ 3-2

หลังจากได้ลูกที่สามไม่นาน ทิตาธร อักษรศรี ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนยิงผ่านมือนายทวารคู่แข่งเข้าไป “สิงห์เจ้าท่า” หนีห่าง “กระทิงเพลิง” 4-2

ช่วงท้ายเกมของการต่อเวลาพิเศษ ทั้งคู่เปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่เป็นทางฝั่งของท่าเรือ ที่คุมเกมไว้ได้ และเป็นฝ่ายชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-2 ฉลุยเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายต่อไป ส่วนบางกอก เอฟซี ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

Continue Reading

ผลบอลไทย

ดังทั่วเอเชียยอดดูทะลุแสน ! คู่บิ๊กแมตช์ บุรีรัมย์ พบ เมืองทอง เจ้าถิ่นพ่ายไป 2 : 3

ยอดผู้เข้าชมเกม โตโยต้าไทยลีก ในต่างประเทศผ่านทาง Facebook และ Youtube ช่อง 1 Play Sports โดยล่าสุด เกมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีแฟนบอลในต่างประเทศเข้าชมรวมแล้วถึง 120,223 ครั้งด้วยกัน

ตามที่ 1 Play Sports ผู้ผลิตคอนเทนต์กีฬาออนไลน์ จากประเทศสิงคโปร์ ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกไปยัง 15 ประเทศทั่วเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน, กัมพูชา, เมียนมา, ลาว, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา, บังคลาเทศ, ภูฏาน และ มัลดีฟส์ โดยดำเนินการถ่ายทอดสด ตั้งแต่นัดที่ 4 เมื่อ 12-13 กันยายน 2563 เป็นต้นมา

โดยยอดผู้ชมตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จำนวน 23 นัด ปรากฏว่า Youtube ช่อง 1 Play Sports มียอดเข้าชมรวม 523,748 ครั้ง ซึ่งคู่ที่มียอดผู้ชมมากเข้าถึงที่สุดคือ เกมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มีการเข้าชมถึง 120,223 ครั้ง

ขณะที่ การถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook มียอดชมถึง 507,271 ครั้ง ซึ่งคู่ที่ผู้ชมมากที่สุด ได้แก่ เกมระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มียอดเข้าชมรวม 84,138 ครั้งด้วยกัน

Continue Reading
Advertisement

Trending

Copyright © 2020 Thai League News